...ยินดีต้อนรับท่านสู่...อดีตที่เราบางคนไม่เคยได้ดู...และไม่มีโอกาสได้ดู...หนังที่นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา...

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มิตร ชัยบัญชา


ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ชุมทางเขาชุมทอง...ถ้ามีฟิล์มก็เป็นเสร็จค่ายพันธมิตรแน่นอน..แต่ว่าจน
บัดนี้ก็ยังหาฟิล์มไม่ได้เลยครับ..
จาก: มนัส138

สวรรค์วันเพ็ญ... หนัง 16 ม.ม.ของชรินทร์ นันทนาคร.. มี มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกครับ
โชคดีอย่างมาก..เพราะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีการค้นพบกากฟิล์มเรื่องนี้
เหลืออยู่ คาดว่าค่อนข้างจะสมบูรณ์..หากไม่มีอะไรผิดพลาด เราอาจจะ
ได้ดูหนังมิตรเรื่องนี้อีกแน่นอนครับ...
จาก: มนัส138


ลมหนาว... หนัง 16 ม.ม.ที่อรัญญา นามวงศ์ รับเชิญเล่นกับเพชรา เชาวราษฎร์ แต่ไม่มีฟิล์มแล้ว คงมีแต่ท่อนที่เป็นเพลง อยู่ที่หอภาพยนตร์
ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

มิตร ชัยบัญชา เป็นบุตรนายชม นางสงวน ระวีแสง เกิดปี พ.ศ. 2477 ที่ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เพราะพ่อแม่แยกทางกันจนชาวบ้านเรียกมิตรว่า ไอ้ทิ้งหรือบุญทิ้ง
สมัยเด็กก็อาศัยวัดอยู่กับหลวงอาแช่ม แต่พออายุได้ 8 ขวบ แม่ก็กลับมารับไปอยู่กรุงเทพฯ แถวถนนพะเนียง ข้างวัดแคนางเลิ้ง แต่แม่ไม่ชอบชื่อบุญทิ้ง จึงเปลี่ยนให้ใหม่พร้อมกับให้ใช้นามสกุลของนายเฉลิมพ่อเลี้ยงว่า สุพิศ พุ่มเหม มิตรเรียนจบ ม.6 ที่โรงเรียนไทยประสาทวิทยาและจบ ม.8 ที่โรงเรียนพระนครวิทยาลัย จากนั้นก็ไปเรียนโรงเรียนการบินที่นครราชสีมา เป็นนักเรียนศิษย์การบิน รุ่น ป.15 ของกองทัพอากาศแล้วจึงได้มาประจำอยู่ที่ อย.ตอ.ร้อย 1 พัน 1 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในชื่อใหม่เป็น จ่าอากาศโทพิเชษฐ์ พุ่มเหม
มิตรเข้าสู่วงการโดยได้แสดงหนังเรื่อง ชาติเสือ เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหนัง 16 ม.ม.ของทัศไนยภาพยนตร์ ออกฉายเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2501 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงและเฉลิมบุรี เรียกว่า ประสบความสำเร็จเพราะหนังทำเงินไม่แพ้หนังที่พระเอกดังสมัยนั้นอย่าง ชนะ ศรีอุบล-อดุลย์ ดุลยรัตน์ ฯลฯ แสดง
ในปีต่อมามิตรก็มีแสดงหนังติดต่อกันเรื่อยมาและเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากหนังตระกูลหน้ากากอินทรีแดงจนกระทั่งมิตรได้จับคู่กับเพชรา เชาวราษฎร์ ในเรื่องบันทึกรักพิมพ์ฉวี (2505) บทบาทการแสดงของทั้งสองคนก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมอย่างมาก จากนั้นชื่อมิตร-เพชรา ก็เป็นดารานำในหนังแทบทุกเรื่องและกลายเป็นดาราคู่ขวัญผูกขาดพระเอกนางเอกหนังไทยเรื่อยมา
มิตรได้รับพระราชทานรางวัลดาราทองและได้รับโล่พระราชทานในฐานะดาราคู่ขวัญหนังทำเงินสูงสุดจากเรื่อง เงิน เงิน เงิน (2508) เมื่อมนต์รักลูกทุ่ง (2513) เข้าฉายก็ยิ่งทำให้มิตรโด่งดังมากยิ่งขึ้น แต่มิตรก็มาจบชีวิตเสียก่อนเมื่ออายุได้เพียง 36 ปีขณะที่มิตรทำหน้าที่นักแสดงและผู้กำกับหนังเรื่อง อินทรีทอง (2513) โดยมิตรพลัดหลุดจากบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ตอนที่โหนตัวเพื่อถ่ายฉากจบของหนังเรื่องอินทรีทองเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 ที่บริเวณอ่าวดงตาลพัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี
มิตรแสดงหนังไว้กว่า 266 เรื่อง (เฉพาะที่นับได้จากการออกฉายในโรงภาพยนตร์) ส่วนใหญ่เป็นหนัง 16 ม.ม. พากย์สด ๆ ส่วนที่สร้างเป็นหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มเพียง 16 เรื่องเท่านั้น โดยมิตร ชัยบัญชา แสดงคู่กับนางเอกมากกว่า 29 คน ในจำนวนนี้เพชรา เชาวราษฎร์ เป็นนางเอกที่แสดงคู่กันมากที่สุดถึง 172 เรื่อง
หนังที่สร้างชื่อเสียงเช่นเรื่อง นกน้อย (2507) สิงห์ล่าสิงห์ (2507) เงิน เงิน เงิน (2508) เพชรตัดเพชร (2509) แสนรัก (2510) มนต์รักลูกทุ่ง (2513) ฯลฯ
การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของมิตรเป็นเรื่องช็อคคนทุกวงการ แต่ก็ทำให้กระแสความนิยมในตัวมิตรทวีคูณขึ้นทันที ซึ่งต่างจากดาราคนอื่น ๆ ที่ตายแล้วก็จบกันไป
ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/


ถ้า...เฉลิมกรุง ไม่มีงานมิตร
มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกหนังไทยที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 ในขณะปฏิบัติหน้าที่พระเอกหนังและผู้กำกับการแสดงหนังเรื่อง อินทรีทอง
แต่เวลาที่ผ่านไป ไม่ได้ทำให้คนรักที่หนังไทยเก่า ๆ ลบภาพมิตร ชัยบัญชา ออกไปจากความทรงจำได้ จึงได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อจัดกิจกรรมรำลึกถึงมิตร ชัยบัญชา เรื่อยมา เป็นงานเล็ก ๆ บ้าง เป็นงานใหญ่ ๆ บ้าง ขึ้นอยู่กับพลังของกลุ่มที่จัดงานขึ้น
ต่อมาในระยะหลัง ๆ โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง ได้รับเป็นแม่งานจัดงานรำลึกถึงมิตร ชัยบัญชา ติดต่อกันมาทุกปี โดยได้รับการสนับสนุนจากค่ายพันธมิตรฟิล์มในด้านการหาฟิล์มหนังมิตรมาฉายให้ชม
แต่ถ้าวันนี้... ศาลาเฉลิมกรุงจำเป็นต้องยุติบทบาทลงไป.. คุณมีความคิดอย่างไร
ถ้าเป็นแฟนหนังมิตร ชัยบัญชา คงต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียดาย และคงจะต้องถามหาเหตุผลเหมือน ๆ กับคนอื่น ๆ ที่อยากรู้
มีการยืนยันกันว่า งานมิตรที่ศาลาเฉลิมกรุงจัดมาทุกปีนั้น จะมีรายได้จากการขายตั๋วหนังเป็นหลัก แต่เมื่อแบ่งเปอร์เซ็นต์กันแล้ว ศาลาเฉลิมกรุงก็ยังขาดทุนอยู่ทุกปีเพราะศาลาเฉลิมกรุงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานพิธีทำบุญที่วัดแคนางเลิ้ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดงานบริเวณโรงหนัง ซึ่งเป็นเงินค่อนข้างสูง โดยที่เงินได้จากการขายตั๋วดูหนังไม่สามารถนำมาหล่อเลี้ยงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้พอ จึงเข้าเนื้อตลอดมา
ส่วนค่ายพันธมิตรฟิล์ม แม้จะหมดค่าใช้จ่ายไปกับการตามหาฟิล์มหนัง การนำฟิล์มหนังมาพากย์เสียงใหม่ การซื้อลิขสิทธิ์หนังมาจัดฉาย ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีทุนทั้งเกือบแสนและเกินแสนบาท ซึ่งเงินเปอร์เซ็นต์ค่าตั๋วที่ได้รับส่วนแบ่งก็ไม่คุ้มค่าเช่นเดียวกัน
จึงเกิดคำถามว่า จะจัดไปทำไม ในเมื่อถ้าจัดแล้วไม่เพียงแต่ขาดทุน แถมยังต้องควักเนื้อออกมาจ่ายอีก...
ถ้ามองในเชิงธุรกิจ งานมิตร ชัยบัญชา ก็จำเป็นต้องเลิกไปครับ...
แต่ถ้ามองในแง่การอนุรักษ์ความเป็นหนังไทย ความเป็นพระเอกอมตะของคนไทย จัดเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้รู้จักอดีตของพระเอกหนังไทย ซึ่งมีไม่มากเลยที่จะโด่งดังจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังไทยไปแล้ว
ลองกลับไปถามคนรุ่นเก่า ๆ ดูซิครับว่า ถ้าคิดถึงหนังไทยเก่า ๆ เขาจะคิดถึงใคร ถ้าไม่ใช่ หนังไทยยุคมิตร-เพชรา
เคยมีการถกเถียงกันว่า ที่คนมาร่วมงานน้อยเป็นเพราะสื่อประชาสัมพันธ์ไม่ดีพอ ข้อนี้ ผมก็ว่ามีส่วน แต่เท่าที่รู้มา ก็เห็นว่า มีการแจกข่าวประชาสัมพันธ์กันทุก ๆ ทิศทุกทางแล้ว จึงทำให้เข้าใจว่า สื่อที่รับข่าวไปเป็นคนรุ่นใหม่เกินไปและไม่มีความรู้เกี่ยวกับหนังไทยรุ่นมิตร-เพชรา จึงไม่ค่อยสนใจกับข่าวแบบนี้ หรือไม่ก็อาจเข้าใจว่า เป็นการจัดงานเพื่อหวังผลทางธุรกิจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าจะโฆษณาก็ต้องจ่ายเงินตามระเบียบหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
ข่าวงานมิตร เท่าที่สังเกตมาหลายปี สื่อโทรทัศน์มักจะไปออกข่าวในช่วงภาคค่ำของงานวันสุดท้าย จึงทำให้คนที่เพิ่งรู้มาดูงานไม่ทัน..
ปัญหาของงานมิตรจึงอยู่ที่ว่า แม้ศาลาเฉลิมกรุงพร้อมที่จะจัดงานให้... ส่วนค่ายพันธมิตรฟิล์มก็พร้อมที่จะจัดส่งหนังมิตรมาฉายให้... แต่จะทำอย่างไรที่จะให้มีคนมาดูมาก ๆ (โดยที่ใช้เงินงบประมาณแบบประหยัดที่สุด) เพื่อให้งานนี้ผู้จัดจะได้ไม่เจ็บตัวอีก
แล้วคุณคิดอย่างไร...
จาก: มนัส138

สิงห์ล่าสิงห์ หนังที่คนที่ชอบมิตร ชอบสมบัติ ใฝ่ฝันอยากจะดูกันอีกครั้ง แต่ก็โชคร้ายที่ไม่ฟิล์มหนังเหลือซากให้เห็นแม้แต่เฟรมเดียว ก็เลยต้องอาศัยดูจากใบปิดไปเท่านั้น


กำแพงเงินตรา
ดารานำ; มิตร-เพชรา-ประจวบ-อดุลย์-มิสอันฮวา-สมจิตต์-สุมาลี-น้ำเพ็ญ-มนัส-อดินันท์-ล้อต๊อก-ชูศรี
ฉายครั้งแรก; 11 กันยายน 2513
โรงภาพยนตร์; คาเธ่ย์
ข้อมูลปัจจุบัน; พบกากฟิล์ม 16 ม.ม.
แนวโน้ม VCD; เร็ว ๆ นี้ค่ายพันธมิตร
เป็นหนัง 16 ม.ม.เรื่องสุดท้ายของต๊อกบูมภาพยนตร์เพราะหลังจากออกฉายได้ไม่นาน มิตร ชัยบัญชา พระเอกผูกขาดของค่ายนี้ ก็มีอันต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทำให้โครงการสร้างหนังเรื่องอื่น ๆ ต้องหยุดชะงัก แม้ต่อมาค่ายนี้จะพยายามปั้นพระเอกขึ้นใหม่อีก ขอบคุณ มนัส 138 และ http://www.thaifilm.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น